ทำยังไงเมื่อเริ่มงานที่ใหม่แต่กลัวเข้ากับใครไม่ได้

1. ตรงต่อเวลาดีที่สุด

การไปทำงานสายในวันแรกของการทำงานคือเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเรื่องเวลาเข้าและออกงานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พฤติกรรมการมาทำงานเป็นสิ่งที่หัวหน้างานรวมถึงเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ มองเห็นได้ชัดเจน การมาถึงบริษัทให้ตรงเวลานั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จะดียิ่งขึ้นหากเรามาก่อนเวลางานสัก 15-30 นาที รวมไปถึงช่วงพักกลางวัน ก็ควรรักษาเวลาให้เป็นไปตามกฎของบริษัท แม้ว่าบางบริษัทอาจจะไม่เคร่งครัดเรื่องเวลา เพราะการรักษาเวลาไม่เคยให้ผลเสียกับใคร   

2. เข้าไปทำความรู้จักก่อนไม่เสียหาย

เมื่อไปถึงที่ทำงานแล้วอย่ามัวแต่รอให้คนอื่นมาทัก เราควรแนะนำตัวและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานก่อนได้เลย เราอาจเริ่มต้นทำความรู้จักคนในแผนก หรือคนที่ต้องทำงานร่วมกันก่อน ทักทายเวลาเจอพวกเขาในที่ต่าง ๆ เข้าไปพูดคุยในช่วงพัก หรือก่อนเริ่มงาน ในกรณีที่บริษัทมีพนักงานเป็นจำนวนมาก เราไม่จำเป็นต้องจำคนในบริษัทให้ได้ทุกคน แต่อย่างน้อยก็ควรพยายามจำชื่อเพื่อนในทีมหรือคนที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง

3. เรียนรู้ Culture องค์กร

รู้จักเพื่อนร่วมงานแล้ว เราก็ต้องรู้จักองค์กรด้วย ไม่ว่าจะเป็นกฏระเบียบ หรือระบบการทำงาน แม้ว่าเราอาจศึกษาวัฒนธรรมของบริษัทมาก่อนแล้วในตอนสัมภาษณ์งาน แต่นั่นเป็นข้อมูลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทุกบริษัทจะมีวัฒนธรรมองค์กรหรือการปฏิบัติตัวต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้เขียนอยู่ในคู่มือพนักงานด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องขวนขวายเรียนรู้เอง ไม่ว่าจะผ่านการพูดคุย สอบถามจากเพื่อนร่วมงาน หรือสังเกตจากการกระทำของพวกเขา 

4. อย่าทำตัวเหมือนน้ำเต็มแก้ว

ไม่ว่าเราจะเก่งมากจากไหน แต่เมื่อเริ่มงานที่ใหม่ ให้ทำตัวเหมือนแก้วน้ำที่พร้อมรับความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในวันแรกของการทำงานที่ใหม่ อาจจะได้งานที่ใช้เวลาทำไม่นานก็เสร็จ แต่แทนที่จะนั่งรอหัวหน้าเดินมาสั่งงานต่อไป เราควรจะเป็นคนเดินไปถามเขาเองว่ามีงานอะไรให้ทำต่อ หรือไปถามเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ว่ามีอะไรที่เราพอจะช่วยได้บ้าง รวมทั้งอย่าลืมแสดงทักษะ และความสามารถต่าง ๆ ที่เราเคยพูดไว้ในตอนสัมภาษณ์ออกมาให้คนที่เลือกเราเข้าทำงานได้เห็นด้วย

5. อย่าอายที่จะถามและขอความช่วยเหลือ

ถ้าไม่รู้ก็แค่ถาม หรือมีปัญหาก็ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น อย่าให้คำว่าไม่กล้ามาทำให้ทุกอย่างแย่ลง ไม่มีใครคาดหวังว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือรู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน ดังนั้นเมื่อมีข้อสงสัยหรือปัญหาอะไรก็ตาม การถามหรือขอความช่วยเหลือจึงไม่ใช่เรื่องผิด มันดีกว่าการที่เราทำงานไปจนเสร็จเรียบร้อย แต่ผิดพลาด ซึ่งทำให้เสียเวลา และไม่ดีต่อหน้าที่การงานในอนาคต 

6. Hang out สร้างความสัมพันธ์

นอกเหนือจากในเวลางานแล้ว การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานนอกเวลางานก็เป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน เล่นกีฬา หรือสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานในตอนเย็นหลังเลิกงานบ้างเมื่อมีโอกาส สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราและเพื่อนร่วมงานรู้จักกันมากขึ้น และเมื่อทำงานไปได้สักพัก หรือผ่านช่วงทดลองงานแล้ว โซเชียลมีเดียก็อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ   

7. เลี่ยงการนินทาและการเมือง

ข่าวลือหรือการนินทาเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกสังคม สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ไม่พูดถึงคนอื่นลับหลังในทางที่ไม่ดี อยู่ให้ห่างจากกลุ่มคนที่ชอบนินทา และอย่าทำอะไรที่จะเสี่ยงต่อการถูกเข้าใจผิดว่าเราเป็นคนชอบนินทา รวมทั้งอย่าข้องเกี่ยวกับเรื่องการเมืองในที่ทำงานด้วย เพราะการเมืองคือเรื่องที่เซนซิทีฟมาก เราไม่มีทางรู้ว่าใครมีความคิดเห็นส่วนตัวอย่างไร เรียกได้ว่าพูดไม่เข้าหูกันหน่อย ทะเลาะกันบานปลายแน่นอน

8. แต่งกายให้เหมาะสม

เราควรแต่งตัวให้สุภาพ และเป็นทางการ แม้บริษัทจะอนุญาตให้พนักงานแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการได้ก็ตาม คนที่ทำงานแต่งตัวแบบไหน เราควรแต่งตัวให้เรียบร้อยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ เช่น บริษัทให้ใส่เสื้อยืดได้ เราก็ควรใส่เสื้อคอปก หรือเสื้อเชิ้ต เมื่อทำงานไปได้สักพัก เราจึงค่อยปรับเปลี่ยนการแต่งตัว หรือบางครั้ง ในวันแรกที่เราไปทำงาน หัวหน้างานอาจเป็นคนบอกให้แต่งตัวสบายๆ มาทำงานได้ เมื่อนั้นก็ยังไม่สายเกินไปที่จะลดความเป็นทางการลง