ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน งานอาจพังไม่รู้ตัว

Multitasking มีผลกระทบต่อสมอง

ในส่วนหนึ่งของงานวิจัยจาก University of Sussex (UK) มีการใช้ MRI สแกนสมองของผู้เข้าทดสอบที่ทำงานแบบ Multitasking แล้วเห็นว่าเกิดจุดขึ้นบริเวณสมองส่วน Anterior Cingulate Cortex (ส่วนหน้าของเปลือกสมอง Cingulate Cortex มีลักษณะคล้ายคอเสื้อ) ที่ควบคุมระบบประสาทอิสระ ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และที่สำคัญคือการควบคุมอารมณ์ การตัดสินใจ และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ผลวิจัยนั้นสรุปไว้ว่าคนที่ชอบทำงานหลายอย่างพร้อมกัน จะมีความหนาแน่นของสมองส่วนที่ตอบสนองต่อความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและการควบคุมอารมณ์ลดลง ซึ่งนั่นอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ จนอาจเกิดความผิดพลาดมากขึ้นได้

ทำงานพร้อมกันเยอะ ความผิดพลาดก็เยอะตาม

เวลาที่เราทำงานแบบ Multitasking และรับข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งพร้อมกัน เราจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานได้อย่างจริงจังเลยสักงาน ทำให้นอกจากจะลดคุณภาพของงานที่เราทำลงแล้ว ยังเพิ่มโอกาสที่งานจะผิดพลาดมากขึ้นด้วย

งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Stanford บอกไว้ว่าปัญหาของคนที่ชอบทำหลาย ๆ งานพร้อมกันก็คือจะไม่สามารถแยกแยะข้อมูลซึ่งไม่เกี่ยวข้องออกจากกันได้ นั่นหมายความว่าจะเกิดปัญหาขึ้นทั้งเรื่องของจิตใจและข้อมูลที่ปะปนกันของงานแต่ละงานมากขึ้น ซึ่งถ้าทำงานหนึ่งพลาดไปจะมีผลให้อีกงานได้รับผลกระทบด้วย

ความเครียดและกังวลจะตามมา

ความเครียดหรือกังวลที่เกิดจากการทำงานแบบ Multitasking มีสาเหตุมาจากทั้งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแต่ละงาน และการที่สมองผลิต Cortisol หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดได้จากการทำงานแบบ Multitasking แบบง่าย ๆ อย่างการทำงานอยู่แล้วสลับไปตอบอีเมลทันที แทนที่จะจัดเวลาสำหรับการตอบอีเมลเอาไว้โดยเฉพาะ

สัญญาณที่เตือนว่าเรากำลังได้รับผลกระทบจาก Multitasking อยู่ ที่สังเกตุได้ง่าย ๆ ก็คือเรากลายเป็นคนที่รู้สึกเครียดและกังวลตลอดเวลา รู้สึกท้อ หมดแรงแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นวันใหม่ในตอนเช้านั่นเอง